บทที่ 2 แค่อยากมีรักดี ๆ
Order. 2 | แค่อยากมีรักดี ๆ
ปภินดากวาดตามองห้องทำงานขนาดใหญ่ ของอธิกะที่มีแม้กระทั่งเตียงนอน คนพิลึกประเภท ไหนกันที่เอาเตียงมาไว้ที่บริษัท
หรือว่าเขาเหนื่อยมากก็หลับบนเตียงนั่นเลย งั้นเหรอ ขบคิดได้ไม่ทันไร ชายหนุ่มที่เธอรอจนเมื่อยคอก็เดินเข้ามาในห้องเหลือบมองผู้ช่วยด้านหลังไม่พูดไม่จา
แต่ดูเหมือนว่าผู้ช่วยคนนี้จะอ่านใจเจ้านาย ของเขาออก ประตูห้องทำงานถูกกดล็อคเสียงดัง แกร๊ก
ร่างกายของปภินดาที่เหม่อลอยอยู่นั้นเผลอ มองใบหน้าที่คมคายดั่งรูปวาด เธอสะดุ้งเฮือก
อธิกะคลี่ยิ้มแล้วสาวเท้าเข้ามานั่งลงบน เก้าอี้ทำงาน ก่อนจะไถเก้าอี้มาจนสุดและประชิด เข้ากับหัวเข่าของเธอ หญิงสาวเบิกตากว้างยกมือ ทาบอกของเขาด้วยความตกใจ
"จะใกล้เกินไปแล้วค่ะ"
"ต่อไปก็ต้องใกล้กว่านี้ไม่ใช่เหรอครีม" เขา เรียกเธอว่าครีม ตาย ๆ พอเรียกเธอด้วยชื่อเล่นแบบนั้นแล้ว ใจมันสั่นยังไงก็ไม่รู้ ถึงเธอจะเคยเป็นดาว มหาลัยมีผู้ชายมาจีบนับไม่ถ้วน แต่มีน้อยคนจะรู้ว่า เธอไม่เคยคบใครจริงจังมาก่อนในชีวิต เพราะรู้สึก ว่าไม่มีใครเข้ากับเธอได้สักคน ผู้ชายพวกนั้นล้วนแต่อยากคบหาเธอเพื่อเอาไว้คุยโวโอ้อวดได้ว่าคบกับ ดาวมหาลัย "คือ....คุณอธิกะคะ"
"ธิ! เรียกธิ! ถ้าคุณยังเรียกผมว่าอธิกะอีก
เป็นครั้งที่สอง ผมคงจะต้องเตือนคุณสักหน่อย"
"ค่ะ ๆ เอ่อนี่ค่ะสัญญาฉันเซ็นเรียบร้อยแล้ว" ปภินดารีบกระเถิบตัวออกแล้วล้วงสัญญาออกจากกระเป๋าส่งให้กับชายหนุ่ม เขารับมาแล้วเปิดดูหน้า สุดท้ายที่มีลายเซ็นของหญิงสาว
ริมฝีปากเรียวบางเป็นกระจับกระตุกยิ้มลอบมองใบหน้าที่กำลังแดงเผือดขึ้น
"คุณได้อ่านรายละเอียดทุกอย่างดีแล้วใช่ไหมครับครีม"
"ก็ไม่เชิงค่ะ"
"หมายความว่าคุณไม่สนใจพวกรายละเอียด ยิบย่อย คุณพร้อมจะปฏิบัติตามข้อเสนอของผมทุกข้อเพื่อแลกกับที่ดินผืนนั้นตรงร้านของคุณ"
"ใช่ค่ะ คุณจะว่าฉันหน้าด้านขี้งกก็ได้นะคะ แต่ฉันหมดปัญญาสุด ๆ ดังนั้นฉันพร้อมปฎิบัติตาม ข้อเสนอของคุณทุกข้อค่ะ ขอแค่ร้านขนมของฉันยังอยู่รอดปลอดภัยก็พอ"
"ครีมครับ..คุณแน่ใจนะว่าทุกข้อจริง ๆ" อธิกะล้วงปากกาออกมาจากกระเป๋าเสื้อและขีดเส้นใต้ลงไปในหน้าหนึ่งของเอกสาร เขากางหน้านั้นให้เธอดู ปภินดายื่นหน้าเข้าไปใกล้และอ่านออก เสียงแผ่วเบา
"คุณจะต้องเป็นภรรยาที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลสามีทั้งทางใจและทางกาย" ดวงหน้าตื่นตะลึง เงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของสัญญา
ก็อก! ก็อก!
"คุณธิคะ คุณธิ" เสียงหนวกหูเสียงเดิมที่ดัง อยู่ด้านนอกห้องเล่นเอาอธิกะถึงกับหมดอารมณ์จะคุยกับปภินดาต่อ ชายหนุ่มรีบเก็บสัญญาใส่ไว้ในตู้ เซฟและเดินไปปลดล็อคประตูให้ร่างระหงที่อยู่ด้านนอกเดินเข้ามา
เมื่อริมฝีปากแดงฉานเห็นดวงหน้าส่องสว่าง และท่าทางเรียบร้อยของหญิงสาวผิวขาวเหมือนน้ำนมนั่งอยู่ภายในห้องว่าที่คู่หมั้นของตน พิมพ์จันทร์ ก็ตวัดสายส่งให้แขกคนพิเศษของอธิกะทันที
"เลขาคนใหม่เหรอคะธิ"
"ปภินดาเป็นมากกว่าเลขาเสียอีก เธอคือเมียของผม" หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าเมียยิ้มแห้งเหล่สาย ตามองไปทางอื่น เพราะตอนนี้ดวงตาลุกวาวของสาวปากแดงกำลังจิกมองเธอด้วยความโกรธ
"แต่ฉันเป็นคู่หมั้นคุณนะคะธิ แม่คุณเลือก เองมากับมือเลยนะ"
"แม่เลือกผมไม่ได้เลือกนี่ คุณมาทางไหนกลับไปทางนั้น หรือจะวิ่งไปบอกแม่ผมก็ได้ว่าผมมีเมียแล้วเชิญ!" อธิกะผายมือให้พิมพ์จันทร์ออกจากห้องทำงาน
"ฉันไม่ยอมหรอก ไม่ยอม" หญิงสาวประกาศกร้าวและกระแทกเท้ากระฟัดกระเฟียดออกไป ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกและหันไปหาปภินดาที่กำลังนั่งทำหน้าเครียดอยู่
"ทำไมทำหน้าแบบนั้น"
"คุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว เพราะแบบนี้ถึงให้ฉัน เซ็นสัญญานั่นเพื่อใช้ฉันกันคู่หมั้นที่คุณไม่อยากแต่งงานด้วยออกไป"
"ก็ส่วนหนึ่ง แต่ประเด็นหลักของผมคือการ ตอบแทนความช่วยเหลือของคุณ"
"แค่ตอบแทนงั้นเหรอคะ"
"ใช่คุณจะเอาอะไรอีกล่ะ แค่ผมซื้อที่ตรงร้านคุณด้วยเงินห้าล้านมันยังไม่พออีกเหรอ หรือคุณต้องการอะไรมากกว่านั้น บอกผมมาตามตรงได้เลยครับครีม"
ปภินดารู้สึกน้อยใจขึ้นมาชั่วขณะ เธออุตส่าห์หลงคิดไปว่าเขาตกหลุมรักเธอซะอีก
ผู้หญิงที่รอคอยความรักจนมดลูกแทบจะแห้งอยู่แล้วอย่างเธอ ถ้ามีคนยอมเทหมดหน้าตักขนาดนี้เช่น อธิกะ บุรินทร์รัตน์ ต่อให้มีอุปสรรคร้อยแปดพันเก้าเธอก็จะคว้าเขาไว้ก็ตอนนี้เธออายุสามสิบแล้วใช่ว่าไม่อยากจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน
แต่มีกี่คนมันก็ไม่ใช่ทุกที แต่กลับผู้ชายคนนี้เหมือนมีบางสิ่งที่มันกำลังสั่นคลอนหัวใจของเธอ
"ฉันจะกลับบ้าน"
"ผมจะไปส่ง" อธิกะคว้าข้อมือของเธอแล้วรั้ง ให้หันมาสบตากับเขา เพราะสังเกตุเห็นว่าเสียงของ เธอสั่นเครือเล็กน้อยขอบตาของเธอแดงเหมือน กำลังจะร้องไห้
"ปล่อยมือฉัน"
"คุณโกรธอะไรผมครีม" มือของเขาทาบลงบนแก้มขาวนวลเคลื่อนใบหน้าลงมาใกล้ แต่ปภินดาดันตัวเขาออก รีบสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นดึงข้อมือของตนออก
"ก็ได้ผมจะไม่เข้าใกล้คุณงั้นคุณก็เป็นภรรยา
ในนามต่อไปแล้วกัน"
อธิกะประชดที่เขาพูดแบบนี้ เพราะไม่ชอบท่าทางที่เธอทำเหมือนกับรังเกียจเขา ถ้าเธอไม่ชอบข้อเสนอของเขาตั้งแต่แรก แล้วจะเซ็นสัญญาทำไมหรือตัวเขานั้นมีค่าแค่เม็ดเงินเท่านั้นเหรอ
ปภินดานั่งแท็กซี่อออกมาจากบริษัทแต่แทนที่จะตรงกลับบ้านอย่างที่บอกเธอกลับตรงไปที่บาร์เหล้าแทน เธอเลือกไปนั่งบาร์ของเพื่อนที่รู้จักกัน บาร์แห่งนี้ตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบทรอปิคาน่าซึ่งเปิดมาแล้วหกปี รตีเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของเธอและแต่งงานกับแฟนและมีลูกแฝดมาวิ่งเล่นล้อมหน้าล้อมหลังเธออยู่ประจำบางทีพวกเขาก็ควงกันไปกินขนมกับกาแฟที่ร้านของเธอในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
"นี่กินไปสามแล้วนะยัยครีม ฉันว่าพอเหอะ" เถ้าแก่บาร์หุ่นบางแต่แต่งตัวได้แซ่บกว่าทุกคนใน ย่านนี้ทรุดกายลงและจับแก้วเหล้าที่ปภินดาเตรียม กรอกลงคออย่างห้ามปราม
"เออน่าแค่แก้วเดียวเดี๋ยวฉันจะกลับแน่"
ติ๊ด! ติ๊ด!
ปภินดามองดูโทรศัพท์ที่ส่งเสียงร้องดังเธอ ขึ้นเธอกดรับสายโดยไม่ทันดูว่าเป็นเบอร์ของใคร
"ฮาโหล ครีมพูดสายอยู่ค่ะ สั่งขนมไรดีคะ"
"่ไหนว่ากลับบ้าน ผมมาหาคุณที่บ้านพ่อแม่คุณบอกว่าคุณยังไม่กลับมา"
"คุณกล้าดียังไงไปเจอพ่อแม่ของช้านน"
"กล้าสิ เพราะผมเป็นสามีของคุณแล้ว"
"แค่นิตินัยเอง คุณอย่าโมเมไปไกลสิ"
"แสดงว่าคุณอยากมีทางพฤตินัยด้วยใช่ไหม ได้เดี๋ยวผมจะรีบไปมีกับคุณเดี๋ยวนี้ คุณอยู่ไหน"
"อยู่หนายยยไม่รู้สิคะ"
"พอเลยฉันคุยเอง" รตีเจ้าของบาร์คว้าโทรศัพท์ไปคุยเองและส่ง โลเคชั่นให้กับอธิกะเสร็จ สรรพ ด้วยความร้อนใจเขามาถึงภายในสิบห้านาที แล้วหอบหิ้วร่างอ่อนปวกเปียกเคล้ากลิ่นละมุดของปภินดาขึ้นสูง
"ฝากดูแลยัยครีมด้วยนะคะ" รตีเจ้าของบาร์สาวฝากฝังแล้ววางกระเป๋าของปภินดาใส่ไว้ที่เบาะหลังรถ
"เมาแบบนี้บ่อยไหมครับ"
"ไม่ค่ะ ล่าสุดก็ปีที่แล้วอกหักรักคุดไอ้ผู้ชายคนนั้นมันดันมีแฟนอยู่แล้วแต่ดันมาขอคบยัยครีมอีก ยัยครีมรู้เข้าว่าถูกคบซ้อนก็เสียใจสุด ๆ เมาหัวราน้ำร้านขนมเละเทะไปหมด เพราะนางค่อนข้างจริงจังกับความสัมพันธ์ เวลาจะมูฟออนจากอะไรทีก็ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร แต่รอบนี้ไม่รู้ว่านางเสียใจอะไรนะคะ แล้วคุณคือ..."
"ผมกับครีมเป็นสามีภรรยากันครับ"
"คะ! หา.. ตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมยัยครีมไม่เคย บอกฉันมาก่อน"
"เพื่อนคุณได้สติเมื่อไหร่ก็ให้เขาเล่าให้ฟังแล้วกัน ยังไงผมขออนุญาตคุณรตีพาครีมกลับบ้านก่อนนะครับ"
"อ้อค่ะเชิญเลยค่ะ" รตีงงเป็นไก่ตาแตกวิ่ง หน้าตั้งเข้าไปในร้านแล้วขอให้สามีของเธอทำวอด ก้าให้หนึ่งแก้ว
"เป็นอะไรไปเมียจ๋าช็อคอะไรมา" สามีของเธอส่งเครื่องดื่มให้รตีรีบรับมาจิบแล้วเริ่มเล่าเรื่องที่เธอ เพิ่งรับรู้ไม่กี่วินาทีนี้ให้สามีฟังด้วยความตื่นเต้น
